sukanya

เรามีเขา แล้วเขามีใคร

posted on 04 Dec 2007 02:37 by thawornsake  in sukanya

หลายคนที่กำลังอกหักในตอนนี้อาจกำลังถามตัวเองอยู่ว่า  ที่ผ่านมาเรามีเขาเยงคนเดียวมาตลอด 

แล้วทำไมเขาถึงต้องมีคนอื่นด้วย

ทำไมไม่มีเราเพียงคนเดียว

และอีกหลายคนเช่นเดียวกันที่กำลังนั่งโทษตัวเอง

ว่าเราไม่ดีมั่งล่ะ

งี่เง่ามั่งล่ะ

การที่เราคิดในสิ่งเหล่านนี้นั้นมันอาจทำให้น้ำตาของเราที่กำลังจะเอ่อ

กลับล้นออกมา

ก้ดีเหมือนกันที่บางครั้งอะไรๆที่มันอัดอยู่ข้างในได้ใหลออกมา

ดีกว่าปล่อยมันไว้ให้เป้นหนามในใจ

ซึ่งไม่ต่างอะไรกับตอนที่เราโดนหนามตำ

หากไม่รีบเอามันออก   มันก้จะยิ่งบ่มช้ำ  และเจ้บทุกครั้ง

ที่มันไปกระทบกับอะไร

แต่หากเรารีบเอามันออก   รับรองได้เลยว่าเราจะเจ็บแค่ช่วงที่เราจิ้มเข็มปลายแหลม

ลงไปที่เนื้อนิ่มๆของเราเท่านั้น

แต่พอหนามชิ้นนัน้ที่ตำอยู่มันออกไปแล้ว  ต่อปมันก็ไม่เจ็บอีก

   เรามีเขา   แล้วเขามีใครนั้นไมสำคัญหรอก

ถ้าตราบใดที่เราคิดถึงเขาแล้วเรามีความสุขก็พอแล้ว

เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขียนเกี่ยวกับความรักไว้ดีมากว่า

บางครั้งความรักเข้ามาเพื่อให้เราได้เรียนรู้

แต่ไม่ได้เข้ามาเพื่อให้เราครอบครอง

หากเราคิดว่าเราทำใจรับกับการบอกลาของเขาได้แล้ว

จงตั้งสติให้ดีแล้วตอบกลับเขาไปว่า

ขอบคุณมากนะ   ที่เธอให้เราได้เรียนรู้บทเรียนที่ไม่มีสถาบันสอน

ไม่จำเป็นหรอกว่าเขาจะมีใครตอนที่คบกับเรา

ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกว่าเราไม่ดีพอสำหรับเขา

แต่เพราะเราดีที่สุดแล้ว    เราดูแลเขาดีแล้ว

เรารักเขาที่สุด  เราทำหน้าที่ของเราได้สมบูรณ์แบบแล้ว

เมื่อเขาหมดรักเรา  เราก็ควรโยนเอาหน้าที่นั้นไปให้กับคนที่เขาคิดว่าจะดูแลเขาได้ดีกว่าเรา

แล้วบอกกับตัวเองว่าต่อไปนี้  ฉันหมดหน้าที่ดูแลเธอแล้ว

อย่ามัวเสียใจกับอะไรที่เป็นอดีตจงเดินไปข้างหน้าท้าทายกับแสงสว่าง

แม้มันจะทำให้เราลืมตาได้ไม่เต็มที่

แต่สักพักเราจะปรับสภาพได้โดยง่ายดายอไม่มีใคร  อย่าทำตัวเองให้คว้าวง

ความรักไม่จำเป็นหรอกนะว่าจะต้องมีเขาอยู่ข้างกาย

ถ้าตราบใดที่เธอยังมีรักในใจ  ไม่ต้อ้งบอกทั้งโลกว่าเธอยังรักเขา  แค่เธอบอกตัวเองเบาๆ

ว่าเรายังคงมีรัก ที่พร้อมจะมอบให้ทุกคน

แค่นี้สักวันเธอจะเจอกับความอบอุ่นแบบใหม่ที่รอเข้ามาหาเธอเอง

****หากเธอไม่มีใครอย่าทำให้ตัวเองต้องคว้าง  เราพร้อมเสมอที่จะคุยกับเธอ ******

*****เพราะเธอทุกคนคือเพื่อนเรา*******

 

 

 

 

 

 

 

 

แหมขึนหัวข้อนี้มาหลายคนอาจบอกว่า  เอาอีกแล้ว

คำถามแบบนี้อีกแล้ว

ใช่ค่ะ   มันเป็นคำถามที่ได้ยินกันบ่อย

แต่เคยนำมันกลับมาถามตัวเองบ้างมั้ย

หรือต้องรอเวลาให้ตัวเองนั้นเสียใจจากใครบางคนที่เข้ามา

เพื่อก่อความรู้สึกดีๆ   แล้วค่อยตีตัวออกจากเมื่อ เราติดแหเขาแล้ว

ถ้าเป้นอย่างนั้นไม่ดีเลยนะคะ

หลายคนที่มีความรักอาจเกิดจากว่าเขาคนนั้นเข้ามาในช่วงที่เราไม่มีใคร

หรือในช่วงที่เรากำลังมองหาใครสักคน

มาทำดีกับเรา  จนเราตายใจ

ยอมเขาทุกอย่าง  จากนางเสือที่ว่าร้าย

ยอมกลายเป็นแมวน้อยผู้น่ารัก

ที่พร้อมจะคลอเคลีย อยู่บ้างๆ

แต่เราคงลืมคิดไปว่าเราเองก็ต้องเป้นตัวที่แท้จริงของเรา

ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อใครสักคนที่เพิ่งเข้ามา

ยื่นมือเข้ามาแล้วทำความรุ้จักกับหัวใจดวงน้อย ๆ ของเราที่เราดูแล

มานานแสนนานด้วยความทะนุถนอม

หากจะรักใครสักคน  คนๆนั้นต้องเข้ามาอย่างเป็นมิตร

แล้วเขาเต้มใจที่จะรับเราได้ตลอด

คอยอ้าแขนรับเราไม่ให้เราเจ็บ

ใช้ใจของเขาแลกกันกับใจของเราตลอดไป

ไม่ใช่เพียงแค่ให้มันผ่านไปวันๆ

หากเป้นอย่างนั้นเราจะเจ็บมากกว่าใคร

คนสองคนจะเดินคู่กันไปได้

ไม่ได้ใช้เพียงแค่มือบาง ๆ ที่จับกัน

แต่มันต้องประสานไปด้วยใจสองดวงที่เข้าใจและรักกัน

หากเมื่อล้มลง ไม่ได้มีเยงแค่มือที่คอยประคอง

แต่ความรู้สึกที่เป้นห่วงเป็นใย

ที่ต้องคอยรั้งเขาไว้ด้วยคำพูดจา

เพียงแค่นี้ความเจ็บช้ำที่เคยมีก็จะคอยบรรเทาเพราะคนข้าง ๆ

การที่จะรับใครเข้ามาดูใจสักคนอย่างมองเพียงแค่ความรู้สึกว่าเราชอบเขา  และเขาชอบเรา

แต่ควรมองไปจนถึงความรักที่เราและเขาควรมีต่อกัน

อย่าคบกันด้วยเป็นเพราะเราเหงา  และเขาไม่มีใครแต่ควรคบกันเพราะใจเขามีเราและใจเราก็มีเขา

 

 

 

 

พอถึงช่วงที่คนอกหักกันมากๆนั้น หลายคนรวมทั้งเพื่อนฉันเคยบอกว่า ไม่เห้นเป็นไรเลย

หากชีวิตนี้จะไม่มีผู้ชายคนนั้น

ชีวีตก็ยังอยู่ได้ไม่เห็นตาย

ฉันกลับมานั่งคิด  เออ มันก็จริงอย่างที่เพื่อนเราว่า

เมื่อก่อนเราก้อยู่ได้ไม่ห็นเป็นไร

แต่นั่นมันเป้นเพียงแค่คำปลอบใจตัวเองเท่านั้นอง

ลองถามตัวเองสิว่าพอเอ่ยคำนี้ออกมาแล้ว

เรารู้สึกยังไง    คิดถึงเค้ามั้ย

คิดถึงวันเก่าๆ มั้ย   และเหกงาในหัวใจมั่งมั้ย

หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าเธอทำไม่ได้อย่างที่พูด 

เพราะที่ผ่านมาหัวใจของเราก้าวเดินปข้างหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว 

และมันก้ก้าวเดินไปพาเราไปรู้จักกับความรัก

และความรักนี้ที่ประคองความอบอุ่นในหัวใจเรื่อยมา

แม้เท้าเราจะก้าวเดินเพื่อพาร่างกายไปยังจุดหมาย

แต่หากทุกก้าวที่ย่างออกไปนั้น  มันไร้ซึ่งความไร้สึก

และขาดเสียซึ่งความรักในหัวใจ

เราจะไม่รุ้เลยว่าตลอดเวลาที่เราเดินมานั้น

มันงดงามและมีค่ามากเพียงใด

คำว่าอกหัก จริง ๆ แล้วมันเป้นเพียงแค่การสมมติขึ้นมา

สมมติว่าเขาไม่รักเรา

เพราะเราลืมที่จะมองให้ลึกลงไปหรือเปล่าว่าที่ผ่านมานั้นเรารักกันจริงหรือไม่

หรื่อที่อยู่ด้วยกันมาเพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีใคร

ลองปรับตัวใหม่อีกครั้งให้ทุกก้าวที่เราเดินไปนั้นมันไปพร้อมกับความรักในหัวใจ

แล้วเราจะรู้ว่าสึกได้เลยว่าเราไม่ได้อกหักอย่างที่เราคิดขึ้นมาเอง

แต่ความรักมันจะอยู่ล้อมรอบรอบตัวที่เราไป

เคียงคู่ไปกับหัวใจที่อยู่ได้ด้วยความรักเข้ามาหล่อเลี้ยง

ร่างกายอยู่ได้เพราะหัวใจยังเต้น    แต่หัวใจจะอยู่ได้เพราะความรักมาหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน