คำขำขำ

posted on 23 Jan 2008 21:33 by thawornsake
คำขวัญรถร่วมกตัญญู
1. ขออภัย … มือใหม่หัดห่อ

คำขวัญท้ายรถ 10 ล้อ
1. บินได้ ตูบินไปแล้ว
2. อย่าดื่มเหล้าขณะขับรถเพราะจะทำให้เหล้าหกเสียของ
3. การขับรถทำให้ประสิทธิภาพในการดื่มสุราน้อยลง
4. คำเตือน "ห้ามดื่มสุรา ขณะมึนเมา"
5. เมาไม่ขับ จะกลับยังไง
6. เมาเหล้าเสียหลัก เมารักเสียใจ
7. เมาไม่ขับ เพราะกลับไม่ถูก
8. เมาไม่จับ
9.ชมรมไม่เมา ไม่ขับ
10. หลงทางยังหาเจอ หลงเธอสิเหลือทน
11. ถนนคือการศึกษา ใบสั่งคือปริญญา
12. รถติด คือมรดกไทย อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน
13. เมียซื้อเงินสด รถซื้อเงินผ่อน
14. เศษแก้วมันบาดคน คำพูดของเศษคนมันบาดใจ
15. ถึงจะขับสิบล้อ แต่ก็ได้หมอเป็นเมีย
16. เหงื่อทุกหยาดหยด เพื่ออนาคตน้องเมีย
17. จำกัดความเร็วที่ 180 กม. / 3 ชั่วโมง
18. สุขใจเมื่อไกลเมีย
19. จ่ายเฉพาะ ด่านรู้ใจ
20. อยู่บ้านเมียด่า ออกมาจ่าจับ
21. ถ้ารีบ ทำไมไม่ไปตั้งแต่เมื่อวาน
22. เห็นตูเป็นลาว จับเช้า จับเย็น
23. ห้ามยกเล่น
24. กินลูกเดียว เที่ยวสองลูก
25. เหยียบเบรคคิดถึงเมีย เข้าเกียร์คิดถึงเธอ
26. รักจริงหวังแต่ง รักแท้หวังฟัน รักนิรันดร์ฟันแล้วทิ้ง
27. ขับเร็วว่าแดกม้า ขับช้าว่าหมาไม่แดก


คำขวัญท้ายรถอะไรก็ไม่รู้
1. ใช้หนีราชการเท่านั้น
2. ใช้ในราชการ (บ้างนะ)
3. ใช้ในราชการ (ก็) เท่านั้น
4. รถก็จะขับ โทรศัพท์ก็จะคุย...ถุย!

คำขวัญท้ายรถซิ่ง
1. วัตถุไปไว

คำขวัญท้ายรถเก่า(โคตร)
1.งดแข่ง1วัน
2. อดีตเคยแรง
3. ขับเร็วชิดซ้าย ขับไวชิดขวา
4. ทุกอย่างดังหมดยกเว้นเครื่องเสียง
5. แอบแซง เพราะแรงน้อย
6. โกรธอ๊ะเปล่า ถูกรถเก่าแซง
7. วันนี้ไม่แรง ให้แซงไปก่อน
8. มือใหม่หลบไป มือเก่าจะแซง
9. หมาเห่ายังบุบ



คำขวัญบนรถเมล์
1. ไม่มีท่านเราอด ไม่มีรถท่านเดิน


คำขวัญท้ายรถเต่า (รุ่นเก่า)
1. ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก
2. ขับเร็วด้วยแรงม้า ขับช้าด้วยแรงเต่า
3. ไม่แรง อย่าแซงเต่า
4. ตอนนี้หมดแรง แซงได้เล้ย.....

คำขวัญในห้องน้ำชาย(หน้าโถฉี่)
1. ยืนให้ชิด อย่าคิดว่าแม่น

ห่วงชูชีพครึ่งซีก

posted on 17 Jan 2008 20:54 by thawornsake

มีเพื่อนคนหนึ่งที่ฉันรักมันมาก  มันเคยมาบ่นกับฉันว่า

" พอแกมีแฟน  แกมักจะลืมเพื่อน  แล้วปล่อยเพื่อนไว้ข้างหลัง "

คำนี้มันก้องในหูฉันตลอด เวลาที่เดินคู่กับมันหรือใครก้แล้วแต่

แต่มันอาจลืมไปสิ่งหนึ่งว่า ตัวมันเองก็ไม่ต่างอะไรจากฉันเลย

บางครั้งฉันเคยนั่งคิดว่า ทำไม  มันต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้เราต้องคิดด้วยวะ 

ก็เดินไปด้วยกันก็ได้นี่นา  ไม่เห็นต้องคิดมาก

แต่พอเจอกับตัวเองถึงได้รู้ว่าทำไมมันรู้สึกอย่างนั้น

เพราะว่ามือที่เราเคยจับแล้วเดินคู่กันไปนั้น 

เมื่อก่อนมีแค่เราสองคน ที่ไม่เคยปล่อยให้ห่างกัน

แต่พอมีมือใครอีกคนเข้ามาทำหน้าที่แทน 

มือข้างนั้นจับเราไว้ไม่ปล่อยให้ห่าง

บางครั้งมันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่อ้างว้าง

มันทำให้เราอบอุ่น  มันต่างจากมือของเพื่อนคู่ยากที่จับกันมานานแสนนาน

มันเป้นอะไรที่เราอยากให้เกิดกับเราทุกวัน  ทุกวินานที  มันเป็นอะไรที่เราไม่อยากปล่อยทิ้งไว้

เราจะเข้าใจความรู้สึกนั้นเมื่อ เราเห็นเพื่อนของเราเดินจับมือแฟนมัน

โดยเลือกที่จะปล่อยมือเราเอาไว้ให้แกว่งกันตามลำพัง

เราจะรู้ถึงความรู้สึกอ้างว้าง เมื่อเราต้องเดินตามหลังมันไปทุกที่

และเราจะรู้สึกคว้างเมื่อใดที่เรารู้สึกว่าเราอยากคุยกับมันแต่มันดันหยอกล้อกับแฟน

เราไม่ได้รู้สึกอิจฉามันหรอกที่มันยิ้มได้  หัวเราะได้

เคยมีบางคนบอกไว้ว่า ความรักขอคนเราเปรียบดังห่วงชูชีพ

ที่ต่างคนต่างต้องยึดไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องจมน้ำไปก่อนที่จะมีใครมาช่วย

แต่บังเอิญโชคไม่ดีเลยที่ห่วงชูชีพของเรามันดันมารั่วเสียก่อน

แต่เราก็ต้องตะเกียกตะกาย ข้ามน้ำข้ามทะเลนั้นมาให้ได้

แม้บางครั้งคิดว่าชูชีพครึ่งซีกของเราทำไมมันถึงขี้น้อยใจอย่างนี้ 

แค่โดนปลาปักเป้าว่ายชนนิดเดียวก็เป็นรูโหว่ซะแล้ว

ทีทำไมของเพื่อนโดนฉลามไล่งับอย่างจังยังไม่เป็นไรเลย (น่าน้อยใจ)

และก็มีคนบอกอีกว่านั่นหละคือบททดสอบของความรักว่า

เราและเขาคนนั้นจะเลือกปล่อยมือเราตอนไหน

ตอนที่เราใกล้ฝั่ง ตอนเริ่มออกจากท่าที่พอจะหาทางกลับได้

หรือมันจะเลือกปล่อยเรา กลางทะเลลึกที่เต็มด้วยฉลามฝูงใหญ่ที่กำลังหิวโหย

อยากเตือนเพื่อนๆทั้งหลายว่า  มืออีกข้างของคุณอาจจับกับมือที่อบอุ่นของคนข้างกายคุณ

แต่มืออีกข้างของคุณมันยังว่างพอเสมอสำหรับเพื่อนรักที่คอยหนุนหลังคุณเมื่อคุณล้ม

อย่าปล่อยให้เขาเป็นเพียงเงาของคุณเมื่อคุณมีใคร

และจะเป็นตัวจริงเมื่อคุณขาดใครเพราะหากวันใดที่คุณขาดเขา วั

นนั้นคุณยังมีเพื่อนแท้ที่คอยยืนรอเช็ดน้ำตาให้คุณเสมอ

 

 

 

บางสิงบางอย่างที่เราคิดว่ามันควรจะจบกันไปได้แล้ว 

 แต่ความจริงแล้วมันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้

ฉันเคยคิดว่าเรื่องราวของความรักมันอาจจะจบลงได้ง่าย

หากแค่เราไม่รักกันแล้วบอกเลิกกัน

เราคิดว่าเราจะไม่เสียใจเลย  เพราะอย่างน้อยมันก็เหลือคำว่าเพื่อน

แต่จริงๆแล้วใครจะรู้เล่าว่า  บางครั้งความรู้สึกของเพื่อนนั่นแหละ

ที่มันจะยังคงคอยตามมาทำร้ายเรา

หลายคนอาจเข้ามาปลอบใจว่าแค่ผู้ชายคนหนึ่ง

ไม่เห็นต้องเสียใจมาก  และเขาเองก็ใข่ว่าจะเป็นคนดีนักหนา

นั่นมันอาจจะถูดกในสายตาของหลายคน

แต่คนที่ไม่เคยสัมผัสกับตัวบุคคลคนนั้น

ก็จะไม่รู้หรอกว่าเมื่อความรักเข้าตา

คนที่ว่าเลวก็จะเป็นเทวดาไปโดยปริยาย

ต่อให้ทะเลาะกันแทบตาย

แต่ความรักมันก็ไม่หมด

หากรักใครมากๆสักคนเราก็พร้อมที่จะรอเขา

และเราก็พร้อมที่จะให้อภัยเขา

แม้บางครั้งเขาจะสร้างความเจ็บใจไว้ให้

แต่ความเจ็บนั้นมันก็จะหายเพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา

กลายเป็นความโหยหา อยากสัมผัส

อยากเรียกร้อง  อยากบอกใครๆว่ามันเป็นของๆเรา

แม้ในความเป็นจริงเราจะทำไม่ได้เลยก็ตาม

หากแม้นยังมีความรักในหัวใจ

อาจร้องไห้ไปบ้าง  แต่ก็มีความสุขเพียงแค่ได้คิดถึงเขา

 

 

วันทีรอคอย

posted on 16 Dec 2007 19:35 by thawornsake

และแล้วการฝึกงานก็ผ่านไปได้ด้วยดี   หรือป่าวไม่รู้ รู้แต่ว่า กว่าจะผ่านมาได้ 

 มันต้องมาตรการหลายขั้นตอนมาก

 ที่จริงการฝึกงาน  หรือการที่เราจะทำอะไรสักอย่าง

หากเราเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งย่างก้าวเข้าไปนั่น

นั่นเท่ากับว่าเราต้องเริ่มทำความรู้จักกับที่นั่นใหม่ 

รวมถึงตัวบุคคลในสถานที่นั้นด้วย

และสิ่งสำคัญของการเข้าใจร่วมกันคือ

ต้องมีการบอกกล่าวกันว่า

เราควรทำอะไรได้บ้าง  และสิ่งใดที่เราห้ามทำ

ที่ใดที่เราไม่ควรยุ่งเกี่ยว  รุ่นพี่ควรที่จะเข้ามาเพื่อบอกกล่าวบ้างตั้งแต่วันแรก

มิใช่ว่า รอให้เราทำงานจนถึงวันสุดท้าย

วันที่ลาออกถึงจะมาบอกว่าเราควรทำอย่างไร

ไม่ว่าจะเป้นเรื่องของการทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่

และหากเมื่อเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้น

ก็ควรเรียกมาบอกกล่าวในขณะนั้น

ไม่ใช่รอเวลาที่เรายื่นใบลาออกแล้วค่อยมาบอกกัน

เราว่าอย่างนั้นมันไม่ถูกต้องเลย

เราล่ะเซ็งเกวเลยอ่ะ  มีแต่โดนกับโดน

 

เบื้องหลังที่อบอุ่น

posted on 15 Dec 2007 02:26 by thawornsake

คุณเคยนั่งมองแผ่นหลังใครสักคนบ้างมั้ยคะ 

หากเป็นผู้หญิงมักจะตอบว่า  เคยค่ะ

แต่สำหรับคุณผู้ชายคงบอกว่า  บ้าเหรอ  ใครจะไปนั่งมองแผ่นหลังคนอื่น

เรื่องมันมีอยู่ว่า  เราได้รู้จักกับคนหนึ่ง 

แล้วบังเอิญเหลือเกินที่เราเหลือบไปมองแผ่นหลังของเขา

หรือบางครั้งเราอาจตั้งใจมองเกินไปก็ได้

จนทำให้เราสังเกตเห็นบางอย่างว่า

แผ่นหลังของคนๆนั้นช่างเหมือนกับคนหนึ่งที่เรารู้จักมาก

แต่น่าเสียดายที่เขาคนนั้นได้ตายไปแล้ว

เรามานั่งถามตัวเองว่าเราคิดมากไปหรือเปล่าทำให้เรารู้สึกแบบนั้น

แต่คำตอบคือไม่น่าจะใช่  เพราะเรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่มันออกมา

เรอธิบายให้ใครฟังได้ลำบาก  แต่สิ่งที่มันเกิดกับเรา

เราเชื่อว่ามันอาจเคยเกิดกับคุณมาแล้ว

แม้แต่คุณผู้ชายเองก็เถอะ

  อ๊ะ   ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไปนั่งมองแผ่นหลังผู้ชายด้วยกันนะ

แต่หมายความว่า  บางครั้งคนๆหนึ่งที่เราอยุ่ใกล้

มันอาจส่งกระแสบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอบอุ่น

เมื่อเราอยู่ใกล้คนๆนี้

 แต่กับบางคนที่เราคิดว่าเราอยู่กับเขาเราควรจะอุ่น  แต่มันไม่ใช่เลย

เคยเกิดความรู้สึกอย่างนี้มั้ยคะ

ความรู้สึกของเรา  เราเองยังห้ามไม่ได้  ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้นี้มันคืออะไร 

 

ฝึกงาน / ฝึกประสบการณ์

posted on 14 Dec 2007 01:48 by thawornsake

เฮ้อ   วันเวลาเดี๋ยวนี้มันเร็วเหลือเกิน  เปิดเทอมไม่เท่าใหร่มาถึงตอนนี้ก็จะสอบกลางภาคอีกแล้ว

หลายคนคงกลุ้มใจกับการต้แงสอบกลางภาค

แต่เห็นทีครานี้เราอาจสบายหน่อยตรงที่ว่าไม่ต้องเครียดกับการสอบ

แต่เราก็ต้องมาเครียดกับการรอฟังการประเมินการฝึกงานนี่สิ

ใจเต้นมาก  แต่เรามั่นใจว่าเราต้องผ่าน

เพราะว่าเขาบอกว่าหากเราทำอะไรแล้วเรามีความสุข

แล้วผลดีของการมีความสุขกับการทำสิ่งนั้นคือการเจอสิ่งดี

เฮ้อ   ฝึกงานเสร็จแล้ว   ผ่านไปเร็วมากเลย

ประสบการจากการฝึกงานนี่หากหลายคนเคยผ่านช่วงเวลานี้แล้วล่ะก็จะรู้เลยว่า

มันต่างจากกการเรียนมาเลย

ประสบการณ์ที่ได้นั้นมันมากกว่าในตำราเรียนที่เราต้องนั่งทนฟังอาจารย์บ่น ๆ ๆ

แต่สิ่งที่เราไดเรบนั้นคือการทำงานจริงๆ

เรียกได้ว่าเราได้รู้ว่าเวลาของความเป็นความตายนั้นเป้นอย่างไรก็ตอนนี้แหละ

 

บทเรียนนอกตำรา

posted on 11 Dec 2007 07:01 by thawornsake

ประสบการณ์ของคนเราต่างกันออกไป

หากให้ผู้ที่เกิดนานหน่อย (หรือเรียกว่าแก่หน่อย นั่นเอง)

มาเล่าเรื่องราวที่เขาพบเจอมาให้เราฟัง

เราก็คงต้องนั่งฟังกันนานจนจะหลับไม่รู้กี่รอบ

แต่หากให้เด็กหน่อยมาเล่าเราก็คงได้รู้อะไรเล็กน้อย

ฉันเคยนั่งฟังยายเล่าเรื่องราวต่างที่ยายเคยเจอมามากมาย

ตอนแรกที่นั่งฟังคิดว่าคงน่าเบื่อแน่ๆเลย

แต่ก็นั่งฟังเพราะไม่อยากให้ท่านเสียใจ

แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่ยายเล่าให้ฟังนั้น

มันสนุก  ทำให้ฉันนั่งหัวเราะได้ตลอดเวลาที่ยายเล่า

แล้วพอได้มาฟังเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังบ้าง

ฉันเองยังแอบคิดเลยว่าเราก้อยู่ในเหตุการณ์นั้นนี่นา

แต่ยิ่งฟังไปกลับยิ่งเอะใจว่า  

เอ๊ะ  ทำไมช็อตนี้เราไม่รู้ล่ะ

เคยเป็นแบบนี้มั้ยคะ

 เพราะว่าบางครั้งลบางเวลาเราคิดว่าเรารู้แล้ว

เราเข้าใจแล้ว  แต่พอได้ฟังได้ทบทวนอีกทีเราจะรู้ว่า

เราไม่ได้รู้เรื่องทุกเรื่อง เสมอไป

ดั่งคำที่ว่า  " หลายคนหลายมุมมอง "

" หลายคนหลายความคิด "

บางคนมีประสบการณ์มาก  ก็บอกกันหมดทุกเรื่อง

แต่บางคน ( ร้ายมาก) มีประสบการณ์เยอะ  แต่เก็บงำ

เคยเจอเรื่องแบบนี้มั้ยคะ

Entry  นี้ออกแนว บ่นๆๆๆๆ อย่าว่ากันนะคะ

 

 

ฉันเป้นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งผิดหวังจากความรักมาเมื่อไม่นานมานี้เอง

และคิดว่าตัวเองเก่งที่ทำใจได้เร็ว

แต่พอต้องมารับรู้เรื่องของเขาอีก

น้ำตามันก็ใหลอีก 

ฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง

มันหาเหตุผลไม่ได้

ถามสาเหตุไปก็ไม่มีคำตอบ

มีเพียงแค่ประโยคหนึ่งที่บอกออกมานั่นคือ

เรเป็นเพื่อนกันเถอะ

และเขายังบอกต่อว่า

อยากขอว่าหากยังคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้

เขาก็ไม่อยากจะคุยกับเรา

ตลอดเวลาที่คบกับเขามาเราคิดว่าเราดูแลเขาดีที่สุด

เพราะเขาคือคนสำคัญของเรา

เราไม่เคยทำอะไรให้เขาต้องเสียใจ

คงจะมีแต่เราละมั้งที่ต้องร้องไห้เพราะเขา

จนกระทั่งวันนั้นมาถึง

วันที่เรากำลังหัวเราะ   และเป็นการพูดคุยที่ดีมากเหมือนปกติทุกอย่าง

แล้วอยู่ดีๆ เขาก็บอกเรา

ตอนแรกเราคิดว่าเราฟังผิด  แต่ที่ไหนได้

มันยิ่งกว่าถูกซะอีก  เรานั่งร้องไห้  ไม่มีแม้แต่คำปลอบโยน

มีเพียงคำเดียวคือ  อย่าร้องไห้ได้มั้ย  ไม่อยากรู้สึกว่าผิด

เราอยากถามกเลยว่าแล้วจะให้เราหัวเราใช่มั้ย

แล้ววันนี้เราก็ได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วที่ผ่านมาเป้นปีๆ

เขาไม่เคยลืมผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาแอบชอบเลย

เขาชอบผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่  ม.  4 

จนตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเขามีแฟนไปแล้ว

เพื่อนของเขาบอกเราว่าเขาโทรศัพท์ไปคุยกับธอคนนั้นทุกวันหลังจากเลิกกับเรา

ทำไมเขาใจร้ายกับเราได้ขณาดนี้

แม้เราจะพยายามบอกตัวเองว่าเราต้องคุยกับเขาในฐานะของเพื่อน

เขาบอกเราทุกอย่าง  แม้กระทั่งเรื่องของเธอคนั้น

โดยที่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเราจะรู้สึกยัง

เล่าเรื่องคนที่ตนแอบชอบให้ผู้หญิงที่ตนบอกเลิกฟัง

 เราอยากจะบอกทุกคนว่า  หากใครที่กำลังเป้นอย่างเราขอว่าให้อย่าท้อนะคะ

ความรักไม่จำเป็นต้องจบที่คนๆเดียว

 ยังมีคนอีกมากมายที่กำลังรอความรักจากเรา

คงต้องมีแต่คนที่หัวอกเดียวกันที่ต้องเป้นกำลงใจให้กัน

 

 

 

 

พ่อจ๋า หนูรักพ่อ

posted on 06 Dec 2007 02:53 by thawornsake

วันนี้มีเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ชื่อดาวมาเล่าให้ฟัง

ดาวเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว 

แน่นอนว่าทุกสิ่งทุอย่างต้องเป้นของเธอ

และรวมถึงความรักทั้งหมดของบ้านนี้ก็เป็นของเธอ

แต่น่าเสียดายที่เธอไม่เคยมองเห้นมันเลย

เรื่องมีอยู่ว่า

พ่อของดาว  เป้นชาวประมงแก่ๆคนหนึ่ง

ทุกเย็นเธอเห้นพอขับเรือประมงลำเล็กๆออกไปหาปลา

ทิ้งให้เธอต้องอยู่กับแม่สองคน

กว่าพ่อจะกลับก็ตอนเช้าของอีกวัน

และกว่าที่เธอจะได้พูดคุยกับพ่ออีกทีก็ตอนเที่ยงหรือไม่ก็ตอนบ่าย

และมันเป็นช่วงเวลาที่น้อยมาก

เธอเคยเห็นเพื่อนคนอื่นเขาได้ไปเที่ยวตามที่ต่างๆกับครอบครัว

แต่ธอแทบไม่เคยได้ไปไหน

จะให้พ่อ  แม่พาไปทั้งคู่ก็ไม่ว่าง

จะไปคนเดียวก็เหงาเกินไป

และมันจะไม่ใช่ว่าครอบครัว

เธอเห้นภาพแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเธอโตเป็นสาว

แต่ธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทไมพ่อเธอต้องทำแต่งาน

จนกระทั่งวันหนึ่ง

เรือประมงลำเล็กของพ่อล่มลงกลางทะเลลึก

พ่อของดาวติดอยู่ใต้ท้องเรือเพราะลงไปซ่อมเครื่องเรือ

ในขณะที่ดาวกำลังนอนหลับฝันดีนั้น

ธอไม่รู้เลยว่าพ่อต้องรนแค่ไหนเพื่อให้หลุดออกมาจากใต้ท้องเรือ

นั่นอาจเป้นนาทีสุดท้ายของพ่อที่จะมีลมหายใจ

หรือหากแม้พ่อรอดชีวิตมาได้แล้วใครล่ะจะรับประกันว่าพ่อจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ภาพสองภาพทับซ้อนกัน

ภาพหนึ่งเป็นสาวน้อยที่กำลังหลับฝันหวานและอีกภาพเป็นชายแก่กำลังดิ้นรนช่วยชีวิตตัวเองเพื่อได้กลับมามองหน้าลูกเมียอีกครั้ง

หลังจากวันนั้นดาวถามพ่อว่า

" หนูไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้พ่อกลับมาหาหนูอีก

ถ้าเป้นหนูหนูคงไม่รอดแน่ "

และสิ้นเสียงใสๆนัน้ พ่อตอบกลับว่า

"  เพราะพ่อยังมีหนูเป้นกำลังใจ  ทุกอึดใจของพ่อ

พ่อคิดถึงแต่ดาว  พ่อเห้นหน้าลูก ในท่ามกลางน้ำทะเล

ที่มันกำลังพาพ่อไป

ดาวเป้นแสงดาวที่ทำให้พ่ออยู่ได้นะลูก

พ่อไม่ต้องการให้ดาวทำอะไรเพื่อพ่อมากมาย

พ่อขอแค่ดาวเป็นลูกสาวที่น่ารักของพ่อแค่นั้นพอ"

 เพียงแค่ประโยคเหล่านี้ทำให้ดาวถึงกับน้ำตาใหลออกม 

และเธอเข้าไปกอดพ่อด้วยความรัก

ต่อไปนี้เธอรู้แล้วว่าพ่อทำทุกอย่างเพื่อธอ

แล้วคุณล่ะ  วันนี้คิดได้หรือยังว่าพ่อเหนื่อิยเพื่อใคร

 

ทุกวันนี้เราไปทางไหนต่างเห้นคนร่วมกันทำความดีเพื่อพ่อหลวงของเราทั้งนั้น 

แล้วเราล่ะได้เริ่มที่จะทำอะไรเพื่อท่านบ้างหรือยัง

หรือแม้แต่กระทั่งพ่อบังเกิดเกล้าของเราเอง

ลูกๆทุกคนได้ทำอะไรเพื่อท่านบ้าง

วันนี้เป้นวันพ่อแล้ว

ไม่นิยมหรอกว่าให้ทำแค่วันนี้

แต่ควรทำทุกวันมากกว่า

อย่างน้อยการกอดพ่อ

หรือแม้แต่บอกพ่อว่ารักสักคำก่อนออกจากบ้าน

ให้ท่านได้มีกำลังใจในการทำงาน

พ่อแม้แก่แล้วกำลังกายอาจถอย  แต่กำลังใจจากลูกก็จะช่วยให้ท่านมีแรงขึ้นมาอีก

เราจะได้เห็นรอยยิ้มแห่งความดีใจ

และเราจะรู้ว่าเรากำลังยิ้มกับท่านด้วยความภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่ง

ท่ทำให้ท่านมีความสุข